สค.สช. จัดเต็ม 21 กรรมการ ดัน พ.ร.บ เข้าสภา ยกระดับสื่อภาคประชาชนขึ้นชั้น...มืออาชีพ

แบบง่ายต่อการพิมพ์Send by email

สค.สช. จัดเต็ม 21 กรรมการ ดัน พ.ร.บ เข้าสภา
ยกระดับสื่อภาคประชาชนขึ้นชั้น...มืออาชีพ

ประชุมกรรมการเต็มคณะ 21 คน รับหลักการ  โครงการ และวาระ เร่งด่วน

มุ่งสู่ความเป็นองค์กรวิชาชีพ  เตรียมประกาศรวมพลคนหลังไมค์ปลายปีนี้

              จากการเปิดเผยของ นายไพโรจน์ กระทุ่มทองเลิศ  กรรมการ
สภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนแห่งชาติ (สค.สช.)  ด้านกิจกรรมเครือข่ายสื่อภาคประชาชน
และโครงการพิเศษ ถึงการประชุมกรรมการ  สค.สช. ครั้งที่ 2/2556 ที่โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์
อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เต็มคณะ 21 คนพร้อมด้วยที่ปรึกษา รวม 22 คน

             นายไพโรจน์กล่าวต่อไปว่าผลของการประชุมในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จ เป็นอย่างมาก
กับทิศทางของ สค.สช. สรุปได้ดังนี้

              1. เรื่องเร่งด่วนคือการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. สภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนแห่งชาติ ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.
ฉบับนี้แล้วมอบหมายให้ น.ส. พัณณัชยา ธนเศรษฐ์วรภัค กรรมการด้านกฎหมายและงานคุมครองสิทธิเสรีภาพสื่อภาคประชาชน
ไปดำเนินตรวจสอบความถูกต้องในร่าง พร้อมปรับปรุงแก้ไข แล้วนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุด

              2.  เรื่องความร่วมมือกับมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช  ที่ประชุมมีมติให้เข้าร่วมงานกับมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช
ใน 3 โครงการดังต่อไปนี้
                  2.1 เรื่อง  การจัดงานบำเพ็ญกุศลและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ โดยมอบ
ให้ประธานสภาฯ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการตามหนังสือเชิญจากมูลนิธิฯ
                  2.2 เรื่อง โครงการก่อสร้างหอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะสร้างขึ้นที่วัดวัดยานนาวา กรุงเทพฯ โดยการมีส่วนร่วม
ในการประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนร่วมสมทบทุนและรับวัตถุมงคลสมเด็จวัดระฆัง รุ่นมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช 
ทั้งนี้จะได้ประสานขอหนังสือจากมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เพื่อเป็นหลักฐานในการเข้าร่วมโครงการและมอบหมายให้
ดร.ทองหล่อ ฯ ไปดำเนินการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เป็นส่วนกลางเพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกต่อไป

2.3   เรื่องโครงการใช้ประโยชน์จากที่ดินบริเวณเขื่อนแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ที่อยู่ในความดูแล

ของมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จำนวน 11,000 ไร่  โดยที่สภาฯ จะดำเนินการจัดหาข้อมูลทางการเกษตร การปลูกพืชเศรษฐกิจ
และจัดทำโครงการความร่วมมือกับภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งนี้ให้เป็นตามเงื่อนไขของมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช
แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งต่อไป

            3. เรื่อง โครงการ “ แฟนเพลงอุ่นใจทำประกันภัย ดีเจ. ” ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ทำบันทึกข้อตกลง

กับบริษัทอินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ไว้เมื่อปี 2555 ยังดำเนินการต่อไป  ทั้งนี้อายุกรมธรรม์ที่คุ้มครอง 1 ล้านบาท 
ซึ่งได้มอบให้กับสมาชิกไปกว่า 200 รายจะหมดอายุลงในเร็ว ๆ นี้  ทางสภาฯ จะดำเนินการสรุปยอดของสมาชิกที่มีความประสงค์
เข้าร่วมโครงการต่อ  เพื่อพิจารณาต่ออายุกรมธรรม์ให้อีก  และจะมีการประชุมในเรื่องนี้ที่จังวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดสุราษฎร์ธานีในเร็ว ๆ นี้
ในเรื่องยอดขายที่เกิดจากโครงการนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 200,000-3000,000 บาท ต่อเดือน

4. เรื่องการศึกษาต่อของสมาชิก  ซึ่งมี ดร. ทองหล่อ เที่ยงธรรม เป็นผู้ประสานงาน ได้รายงาน

และเสนอขอมติต่อประชุมเพื่อทำ MOU กับ ม.กรุงเทพธนบุรี อีกแห่งหนึ่ง โดยจะผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จให้ได้  ในขณะนี้ได้
ประสานกับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีแล้วในเบื้องต้น ที่ประชุม เห็นชอบในหลักการให้ดำเนินการต่อโดยเร็ว

                  5. เรื่อง  กิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับสื่อภาคประชาชน ที่ประชุมรับหลักการโครงการจัดงาน “รวมพลคนหลังไมค์”
โดยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ โครงการนี้จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ รายละเอียดของกิจกรรมจะได้นำมาเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป
                  6. เรื่อง ความร่วมมือกับสหกรณ์วัดจันทร์ (สหกรณ์แห่งแรกของประเทศไทย) ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
เพื่อเตรียมจัดงานครบรอบ 100 ปี สหกรณ์ไทย ในอีก 2 ปีเศษ เป็นโครงการที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับสหกรณ์วัดจันทร์แล้ว
ทั้งนี้มี นายสุชน ชามพูนท ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นประธานโครงการฯ และจะจัดแถลงข่าวความร่วมมือนี้ในการประชุม
กรรมการ สค.สช.ไตรมาสแรกของปี 2557 ที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อไป

      7. เรื่อง การแบ่งส่วนงานใน สค.สช. ให้กับคณะกรรมการ ที่ประชุมรับทราบ การแบ่งส่วนงานใน

สค.สช. ซึ่งมีทั้งหมด 5 ด้านและมีกรรมการรับผิดชอบดังนี้

  1. ด้านส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพสมาชิก  มีกรรมการรับผิดชอบ  จำนวน 4 คน ดังนี้

1.1. ดร.ทองหล่อ   เที่ยงธรรม

1.2. นายศิริวัฒน์    จันต๊ะ

1.3. นายวันพิพัฒน์  คมภักดี

1.4. นางสุกานดา   ปานะสุทธะ

  2. ด้านกิจการเครือข่ายสื่อภาคประชาชนและโครงการพิเศษ  มีกรรมการรับผิดชอบ  จำนวน 5 คน ดังนี้

1.1. นายไพโรจน์          กระทุ่มทองเลิศ

1.2. ดร.จรูญ               ลาภจิตร

1.3. นายสำเภา             บุญเปี่ยม

1.4. นายมงกุฎ             โคตรุฉิน

1.5. นางสาวเพชรณทัย   ไทยสาละวิน

       3. ด้านการส่งเสริมธุรกิจและพัฒนาความเข้มแข็งสื่อภาคประชาชน   มีกรรมการรับผิดชอบ 5 คน ดังนี้

           3.1. นายราเชน                   ตระกูลเวียง

           3.2. นางสาววรัญญา            ดวงแก้ว

           3.3. นายชำนาญ                 สุวรรณพาณิช

           3.4  นายสมชาย                  สังห์สนธิ์

           3.5 นางสาวจิตรลดา            เสรีวงษ์

        4.  ด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กร   มีกรรมการรับผิดชอบ 3 คน  ดังนี้

           4.1. นายสมศักดิ์          ยิบพิกุล

           4.2. นายพัฒนกฤษ       พ่วงทอง

           4.3. นางสาวจิราภรณ์    พุ่งมณีสกุล

        5.  ด้านกฎหมายและงานคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อภาคประชาชน

            5.1. นางสาวพัณณ์ชยา   ธนเศรษฐ์วรภัค 

            5.2. ส.ต.ท.สมชาย       ศรีเย็น

            5.3  นายสุพัฒน์            วัฒนไชย

          โดยมีนายกนกศักดิ์ ลิขิตไพรวัลย์ เป็นประธานคณะกรรมการ  นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีประเด็นอื่นๆ  
ที่ปรึกษาหารือกันอย่างมีสาระ รวมถึงกระบวนการขับเคลื่อนองค์กรในรูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่
ไม่ยึดโยงอยู่กับตัวบุคคล และกิจกรรมที่จะทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรล่าสมัย การดำเนินการต่าง ๆ
จะต้องเป็นแบบมืออาชีพ จึงได้จัดผังองค์กรเป็นแนวราบ มีเลขาธิการเป็นผู้บริหารงานธุรการทั้งหมด
ของสภาฯ แต่ที่สำคัญที่สุดและเร่งด่วนที่สุดคือการผลักดันร่างพระราชบัญญัติสภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนแห่งชาติ 
ที่คณะกรรมลงความเห็นว่าจะต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยสรุปแล้วการประชุมกรรมการ สค.สช.
ครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะมีกรรมการมาประชุมครบทุกคน หลังการประชุมคณะกรรมการ
ทุกท่านได้ไปกราบหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี  เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ
นายไพโรจน์กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ข่าวประจำวัน