สค.สช.องค์กรสื่อเพื่อคนทำสื่อ ผุดโครงการใหญ่ “รวมพลคนหลังไมค์สื่อไทยสร้างชาติ”

แบบง่ายต่อการพิมพ์Send by email

สค.สช.องค์กรสื่อเพื่อคนทำสื่อ ผุดโครงการใหญ่

“รวมพลคนหลังไมค์สื่อไทยสร้างชาติ
หลังสัญจร 11 ครั้งประสบความสำเร็จ จับมือกับองค์กรรัฐ-เอกชน ทันที

ร่วมแก้ปัญหาชาติ ตั้งสหกรณ์และมูลนิธิหนุนการมีส่วนร่วมจากเครือข่าย

จากการเปิดเผยของ นายฉัตรชัย ผิวนิล กรรมการบริหารและรักษาการเลขาธิการ
สภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนแห่งชาติ (สค.สช.) ถึงภาพรวมการจัดประชุมสัญจรภายใต้
ชื่องาน “รวมพลคนหลังไมค” ทั้ง 11 ครั้งที่ผ่านมาว่าเป็นไปอย่างราบรื่นประสบความสำเร็จ
เกินกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้  เนื่องจากคณะทำงานและกรรมการมีความพร้อมเพรียงและ
ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง  นอกจากนี้ ยังได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการวิทยุ
กระจายเสียงภาคประชาชนประเภทบริการทางธุรกิจเป็นอย่างดี  และ ได้รับการชื่นชมว่า
เป็นองค์กรสื่อที่ทำงานเพื่อคนทำสื่อด้วยกันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่มีการ
เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  แต่ได้ธุรกิจกลับไปสานต่อเพื่อสร้างรายได้ให้กับสถานีด้วย



         นายฉัตรชัยกล่าวต่อว่า ในขณะนี้ สค.สช. มีคณะกรรมการทุกระดับครบทุกจังหวัดและ
อำเภอแล้ว  และยังมีสมาชิกสามัญ สมาชิกสมทบ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียง
ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ  ทำให้ทางสภาฯ มีพลังในการขับเคลื่อนทั้งด้านธุรกิจและ
กิจกรรมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
แต่ก็มีบางส่วนอาจเรียกว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก บางท่านที่ยัง
ไม่เข้าใจเป้าหมายการทำงานของสภาฯ อย่างชัดเจนถูกต้อง  เนื่องจากที่ผ่านมาได้เคย
เข้าร่วมกิจกรรมกับหลายองค์กรมาแล้ว ไม่เกิดประโยชน์อะไรมีแต่ขอเก็บเงิน จึงคิดว่า
จะเหมือนกับองค์กรเหล่านั้น แต่เมื่อมาฟังรายละเอียดแล้วพบว่า สค.สช.มุ่งเน้นให้ความ
ช่วยเหลือสมาชิกให้ได้รับสิทธิประโยชน์  มีส่วนร่วมในการผลักดัน  เรียกร้อง
ความชอบธรรมอันจะนำไปสู่ความยั่งยืนในการประกอบวิชาชีพสื่อภาคประชาชนได้จริง
ทุกท่านก็เข้าใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเมื่อ
เพื่อนสมาชิกกลับไปทำความเข้าใจแล้วก็ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกทางไปรษณีเป็น
จำนวนมาก “ผม เชื่อว่าเร็ว ๆ นี้เราจะมีสมาชิกที่สามารถออกอากาศรายการของ
สค.สช.ได้ครบ 1,500 สถานีอย่างแน่นอน  นายฉัตรกล่าวอย่างมั่นใจ



         ทางด้าน ดร.ทองหล่อง เที่ยงธรรม  กรรมการบริหารและประธานฝ่ายส่งเสริม
การศึกษาและพัฒนาศักยภาพสมาชิก ได้กล่าวถึงแผนงานโครงการของ  สค.สช.ว่า
เมื่อกลับจากการประชุมสัญจรทั้ง 11 ครั้งแล้วนายกสภาฯ คือนายกนกศักดิ์  
ลิขิตไพรวัลย์  ได้เชิญกรรมการบริหาร สค.สช. เข้าสัมมนาเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์
แบบติวเข้ม 1 คืน 2 วันที่ จ.นครนายกในทันที โดยมี พล.ท.ณพล คชแก้ว
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกในฐานะประธานที่ปรึกษา สค.สช.ไปร่วมสัมมนาด้วย
ทั้งนี้ สค.สช. ได้วางเป้าหมายใหญ่ที่จะทำงานในระดับชาติภาคใต้โครงการ

“รวมพลคนหลังไมค์สื่อไทยสร้างชาติ” เพื่อการมีส่วนร่วมใน 10 กิจกรรมหลัก
ซึ่งเป็นปัญหาของชาติคือ  



1.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

2.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

3.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่สามัคคีของคนในชาติ  

4.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น

5.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและพลังงาน

6.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรและปัญหาของเกษตรกร

7.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอุบัติภัยบนท้องถนน

8.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

9.การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมทางสังคม

10. การมีส่วนร่วมในการส่งเสริมท่องเที่ยวไทย



         ทั้ง 10 กิจกรรมนี้เป็นงานระดับชาติที่ สค.สช.ประกาศว่าจะขอมีส่วนร่วม
ในทุก ๆ มิติ  โดยจะเริ่มต้นจากการกระจายข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชนผ่าน
สื่อสถานีวิทยุที่เป็นสมาชิก  1,548  สถานีทั่วประเทศ และ ดีเจ.อิสระอีกนับพันคน

ครอบคลุมกลุ่มผู้ฟังใน 878 อำเภอ  นอกจากนี้กรรมการและสมาชิกทุกคน
มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะร่วมกัน
ขอแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ไม่สามารถ
ปฎิบัติให้เป็นรูปธรรมได้   
อีกงานหนึ่งที่ สค.สช.ได้รับมอบหมายมาจาก

มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์โครงการสร้าง
หอเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ
ซึ่งนับว่าเป็นงานที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของกรรมการ
และสมาชิกทุกคน
  ภาพของ สค.สช.วันนี้จึงเห็นเป็นภาพที่ทุกคนต่าง
ประสานมือกันที่จะผลักดันให้องค์กรนี้ เติบโตได้อย่างยั่งยืน  และองค์กรสื่อ
ที่เหนียวแน่น ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความมั่นคงเข้มแข็ง
ของผู้ประกอบวิชาชีพเดียวกันเป็นสำคัญ



         เพื่อให้งานของ สค.สช.กระทบกับทุกฝ่ายในเชิงบวกและมีส่วนร่วมได้
อย่างเป็นรูปธรรม ดร.ทองหล่อ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในขณะนี้ สค.สช.ได้เตรียม
จัดตั้งสถาบันการเงินในรูปของสหกรณ์ประเภทเครดิตยูเนี่ยน ทั้งนี้ได้ไป
ปรึกษากับกรรมการบริหารและผู้จัดการใหญ่ของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน
แห่งประเทศไทยแล้ว  ถึงแนวทางในการดำเนินการจัดตั้งโดยระยะแรกนี้จะจัดตั้ง
เป็นกลุ่มสะสมทรัพย์ขึ้นมาก่อนโดยมีชื่อว่า
“กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนพิราบขาว”

ที่หมายถึงความเป็นสื่อที่โปร่งใสในการดำเนินกิจการสหกรณ์  และจากประชุมสัญจร
ทั้ง 11 ครั้งมีผู้สมัครเป็นสมาชิกมาแล้วกว่า 600 คน คาดว่าจะเป็นสหกรณ์ที่เติบโต
เร็วที่สุดและมั่นคงที่สุดอีกสหกรณ์หนึ่งของชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย
นอกจากนี้เพื่อไม่ให้หลุดจากเครือข่ายหลักอีกเครือข่ายหนึ่งที่มีสมาชิกกว้างขวาง
มากมาย  นั่นก็คือเครือข่ายทางศาสนา สค.สช.จึงได้จัดตั้ง
มูลนิธิสื่อพุทธวัจนะ ขึ้น
โดยเชิญที่ปรึกษาของ สค.สช. คือ
อาจารย์สาธุ อนุโมทามิ เข้ามาเป็นประธานมูลนิธิ
แนวทางของมูลนิธิสื่อพุทธวัจนะจะให้เป็นองค์กรสื่อทางพระพุทธศาสนาที่เน้นการ
เผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นของพระพุทธเจ้าโดยตรง ด้วยการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์
วีดีทัศน์ หนังสือ รายการวิทยุ ฯลฯ แจกจ่าย เผยแพร่ไปยังพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป
ดร.ทองหล่อกล่าวสรูปแนวทางของ สค.สช.



         จากข้อมูลทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่า สค.สช.เป็นองค์กรที่ผสมผสานความลงตัว
ได้อย่างน่าชื่นชม เพราะได้นำหลักการบริหารงานสมัยใหม่ผนวกเข้ากับวัฒนธรรม
องค์กรแบบไทย ๆ ที่มีความสามัคคีเป็นตัวยึดโยงให้ทุกคนผูกติดกันด้วยสายใย
ของความสัมพันธ์แต่ไม่ขึ้นตรงต่อกันในสายการบังคับบัญญชา  กรรมการของสภาฯ
ทุกคนทุกตำแหน่ง ไม่มีเงินเดือนใด ๆ แต่ก็ไม่ต้องเสียสละมากมายอะไรเพราะ
สค.สช.ไม่เรียกเก็บค่าสมัคร ค่าบำรุง แม้แต่บาทเดียว อะไรที่เป็นธุรกิจ สค.สช.
ได้จัดเตรียมสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกทุกระดับผ่านบริษัทกลางที่มีชื่อว่า

K-Mall Business Radio


ด้านสวัสดิการก็มีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนพิราบขาวเป็นองค์กรทางการเงินให้
สมาชิก สค.สช.เข้าถือหุ้นและใช้บริการกู้ยืมตามระเบียบสหกรณ์  อีกเป้าหมายหนึ่ง
ที่นายกสภาฯ ประกาศต่อสมาชิกในทุก ๆ การประชุมก็คือการเปิดตัวรายทีวีชื่อ
รายการ
“คุยข้ามคลื่น” ซึ่งจะเป็นชื่อรายการวิทยุด้วย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้
สมาชิกได้ทราบข่าวความเคลื่อนไหว และที่เหนือสิ่งอื่นใด ได้กำหนดที่จะสร้าง
ตึกอำนวยการ หรืออาคารสำนักงานในวงเงินก่อสร้าง 120 ล้านภาย ใน 3 ปีนี้
ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงาน

ข่าวประจำวัน