วิเคราะห์บ้านผ่านเมือง

แบบง่ายต่อการพิมพ์Send by email

    “เปลี่ยนแปลง”...ไปสู่อะไร ?
                 “เปลี่ยนแปลง”...ไปทำไม ?
                          “เปลี่ยนแปลง”...ประชาชนได้อะไร ?

         ในห้วงเวลาที่ผ่านมานี้มีกลุ่มก้อนทางการเมืองอย่างน้อย 2 กลุ่ม  ได้นำประชาชนออกไปเรียกร้องให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงประเทศไทย แต่แล้วก็จบลงในระยะเวลาสั้น ๆ โดยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย นั่นย่อม
แสดงให้เห็นว่าประชาชนที่ถูกกล่าวอ้างเขาไม่เอาด้วย เพราะไม่สามารถตอบคำถาม 3 ข้อนี้ได้นั่นก็คือ
เปลี่ยนแปลง...ไปสู่อะไร ? เปลี่ยนแปลง...ไปทำไม ? เปลี่ยนแปลง...แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ? 

                        

          การชุมนุมทางการเมืองในยุคนี้คงไม่สามารถปลุกระดมประชาชนให้ไปเรียกร้องความไม่ชัดเจนได้เหมือน
เมื่อก่อนแล้ว เพราะประชาชนไทยวันนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านการถูกหลอกให้ไปตายมามากพอแล้ว ชัด ๆ
ก็คือการที่ประชาชนออกไปชุมนุมตามที่แกนนำพาไปนั้น 
ไม่ว่าจะจบด้วยการแพ้หรือชนะประชาชนก็ยังเหมือนเดิม
คือไม่ได้ประโยชน์อะไร   หากจะวิเคราะห์ 
ความไม่ร้อนแรงในการชุมนุมที่ผ่านมาล่าสุดนี้ก็เพราะ

1. สถานการณ์ยังไม่สุกงอม  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็เปรียบเสมือผลไม้ที่จะหลุดจากขั้วได้ ก็ต้องสุกงอมพอ
หรือแบบเกือบจะหลุดลงมาเองได้ เมื่อมีการกระตุ้นเพียงเล็กน้อย ก็หลุดลงอย่างง่ายดาย การชุมนุมเพื่อนำไป
สู่การเปลี่ยนแปลงก็เช่นเดียวกัน มันต้องมีสถานการณ์ที่สุดงอมพอ แต่วันนี้ประเด็นที่นำมาโจมตีรัฐบาลมันยัง
ไม่ชัดเจนแถมมีความเคลือบแคลงสงสัยว่าใช่หรือไม่ใช่  ก็ยิ่งทำให้มวลชนธรรมชาติไม่มีแรงจูงใจมากพอ
ที่จะออกมาสนับสนุน โดยเฉพาะแหล่งทุนที่จะเข้ามาป้อนเสบียงก็หลบหน้าหลบตาไปหมด

2.ประเด็นสาธารณะไม่มี หมายถึงประเด็นที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ร่วมกันยังไม่มี   คือกลุ่มแกนนำไม่สามารถ
บอกได้ว่าเมื่อรบชนะแล้วประชาชนจะได้อะไรนอกจากกลุ่มแกนนำจะได้เป็นรัฐบาล จะได้ตำแหน่ง จะได้บริหาร
ประเทศ จะได้บริหารงบประมาณ ซึ่งก็ไม่แตกต่างอะไรกับรัฐบาลที่มีอยู่เดิม

3.ศักยภาพของแกนนำ  แกนนำการชุมนุมจะต้องมีสถานะที่หลุดพ้นจากสภาวะของกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยสิ้นเชิง  
ทั้งตำแหน่งหน้าที่ ผลประโยชน์ และต้องมีความเป็นอิสระ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับมวลชนได้ แต่แกนนำในการชุมนุมครั้งนี้
ยังไม่มีสภาพเช่นนั้น และที่สำคัญแกนนำจะต้องมีความสามารถในการปลุกระดม ปลุกใจ เร่งเร้าอุณหภูมิการชุมนุมที่
ต่อเนื่องได้อย่างสัมฤทธิ์ผล  มิใช่เพียงแค่แสดงโวหารเท่านั้น

         อย่างไรก็ตามสภาพการเมืองไทยในปัจจุบันนี้เพียงการเปลี่ยนรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหน ๆ ก็คงไม่พอ แต่มันต้อง
เปลี่ยนแบบยกออกทั้งระบบ หมายถึงการปฏิรูปการเมืองกันอีกกครั้งหนึ่ง  ดังนั้นแนวทางทีคุณยิ่งลักษณ์เสนอนั้น
น่าจะเป็นช่องทางที่ทุกฝ่ายควรให้โอกาสพิสูจน์รัฐบาลว่าจริงใจแค่ไหนเพียงไรกับข้อเสนอที่เขาผุดขึ้นมาเอง  
ทุกฝ่ายอย่าพึ่งตัดสินใจไม่เข้าร่วมในทันที ลองเข้าไปฟังข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ายกันก่อนว่า การเมืองเพื่อ
ประชาชนไทย
  ในอนาคตนั้นมันควรจะเป็นอย่างไร  เมื่อไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องก็ถอนตัวได้จะไม่ดีกว่าหรือ   
ทั้งนี้เวทีนี้น่าจะตอบคำถาม  3  ข้อนี้ให้ได้....ก็คือ

       1.   “เปลี่ยนแปลง”...ไปสู่อะไร ? หมายถึงถ้ามีการการกำหนดกฏิกา เช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การยกเลิกองค์กรอิสระบางองค์กร และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนปวงชนนั้นทำอย่างไรและต้องบอกให้ได้ว่าถ้าแก้ไข
เปลี่ยนแปลง ปฏิรูปการเมืองแล้ว จะนำไปสู่การเมืองทีมีหน้าตาเป็นอย่างไร ?

       2.  “เปลี่ยนแปลง”...ไปทำไม ? หรือ ทำไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องหาสาเหตุมาตีแผ่ให้ได้ว่าทำไมจึงจะต้อง
เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือที่เรียกรวม ๆ กันเรียกว่า ปฏิรูป  ซึ่งประเด็นนี้คงหาไม่ยากเพราะที่เห็น ๆ กันอยู่ในขณะนี้
มันก็แย่สุด ๆ แล้ว

       3.  “เปลี่ยนแปลง”...ประชาชนได้อะไร ? ข้อนี้ก็เหมือนกับที่พรรคการเมืองเขาทำนโยบายเพื่อใช้ในการ
หาเสียงนั่นแหละ  เพียงแต่ครั้งนี้ทำโดยองค์กรร่วมเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย  บอกไปเลยว่าปฏิรูปแล้วประชาชน
จะได้อะไร  เช่น

           - จะได้ประชาธิปไตย 100 % อย่างไร ?
           - จะได้ความเสมอภาคเท่าเทียมกัน (จริง) ในทางการกฎหมาย อย่างไร ?
           - จะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างไร ?
           
- จะได้เห็นระบบราชการไทยปลอดจากการคอรัปชั่น 100 % อย่างไร ?

          ทั้ง 4 ข้อนี้จะต้องตกผลึกมาจากเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง ส่วนการปฏิบัติแม้ต้อง
ใส่ไว้รัฐธรรมก็ควรจะทำ เช่นการกำหนดไว้เลยว่าพรรคการเมืองที่ได้เป็นรัฐบาล
หรือร่วมเป็นรัฐบาลจะต้องจัดทำ
งบประมาณเพื่อสวัสดิการประชาชนเท่าไร อย่างไร เมื่อไร ว่าให้ชัด ๆ ในทุก ๆ ประเด็น  

          แม้วันนี้พฤติกรรมของนักการเมืองประเภทไร้อุดมการณ์ ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน มุ่งเอาแต่ผลประโยชน์
ของตนเองและพรรคพวก  ต่อสู้กันก็เพื่อให้เข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการประเทศไทย โดยใช้อำนาจเงินซื้ออำนาจ
บริหารมาจากประชาชน แล้วก็อ้างประชาชนในการทำมาหากินบนกองงบประมาณ ที่มาจากการเก็บภาษีจากประชาชน
โดยไม่สนใจความยากไร้ของประชาชน  ยังมีอยู่มากมายในสภาอันทรงเกียรติที่ว่านั้น

            แต่ถ้าประชนไม่ร่วมกันปฏิรูปเราก็จะมีนักการเมืองประเภทดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นมาอีกมากมาย ถึงวันนี้ควรจะหยุด
การบาดเจ็บ ล้มตาย ของคนไทยเพราะเดินไปตามการนำของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองได้แล้ว มันควรจะจบได้แล้ว
และหากจะมีการชุมนุมอีกก็ควรจะเป็นการชุมนุมของประชาชนทั้งประเทศเพื่อขับไล่รัฐบาลที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
ที่ปฏิรูปแล้วนี้เท่านั้น 

 

ข่าวประจำวัน