กสทช., อย., กพย.,บก.ปคบ. และ สช. จับมือ สกัด-ควบคุม พวกโฆษณาเกินจริง พบผิด ยึดใบอนุญาตทันที

แบบง่ายต่อการพิมพ์Send by email

กสทช., อย., กพย.,บก.ปคบ. และ สช. จับมือ สกัด-ควบคุม
พวกโฆษณาเกินจริง พบผิด ยึดใบอนุญาตทันที

กสทช. ผนึกกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ควบคุม โฆษณายา อาหาร และผลิตภัณฑ์
สุขภาพเกินจริง ตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ หลังพบเนื้อหาในทีวีท้องถิ่น วิทยุชุมชน และอินเตอร์เน็ต โ
อ้อวดสรรพคุณ หวั่นสร้างอันตรายผู้บริโภค กสทช
.พร้อมจับมืออย.ลงดาบ สั่งยึดใบอนุญาตทันที ข
ณะที่ตำรวจมอนิเตอร์ ปราบผู้ประกอบผิดอย่างจริงจัง

เมื่อที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. เวที สช.เจาะประเด็น "สานพลัง คุ้มครองผู้บริโภค
โฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ"
โดยมีหน่วยงาน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
(อย.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
(บก.ปคบ.) ร่วมด้วย จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ   ณ โรงแรมเซ็นจูรี่พาร์ค กรุงเทพ

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า สช.ได้ขับเคลื่อนแนวทาง
การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์
อินเตอร์เน็ต ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๕๔ เนื่องจากเห็นว่า
แนวโน้มการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและหลอกลวงผู้บริโภค ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่องทางโฆษณา
ผ่านสื่อใหม่ๆที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้น มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จึงสนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์
บังคับใช้กฎหมาย และพัฒนาศักยภาพของผู้บริโภคให้รู้เท่าทันการโฆษณา รวมทั้งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม
ของภาคประชาชนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่  อย. กสทช. สคบ. และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
การคุ้มครองผู้บริโภค ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อผลักดันมติดังกล่าวให้มีผลเป็นรูปธรรม โดย อย. ได้ตั้ง
“คณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ทางวิทยุกระจายเสียง สื่อโทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต” ขึ้นมาดำเนินการ พร้อมคณะทำงานอีก ๓ ชุด ได้แก่ ๑)
คณะทำงานพัฒนาแนวทางบูรณาการบังคับใช้กฎหมายการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ   ๒) คณะทำงานพัฒนา
ศักยภาพวิชาชีพด้านสื่อเกี่ยวกับโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ และ ๓) คณะทำงานพัฒนาเครือข่ายและกลไก
การเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า คณะกรรมการ กสทช.เห็นความสำคัญของการแก้ปัญหา
โฆษณา ยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย โดยพร้อมจะให้ความร่วมมือ
ทันทีที่ได้รับการประสานจาก อย. ซึ่งพิจารณาว่าโฆษณาใดมีเนื้อหาผิดกฎหมายหรือไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง 
กสทช.สามารถใช้อำนาจทางปกครอง สั่งลงโทษผู้ประกอบการทั้งเคเบิลทีวี ทีวีดาวเทียม หรือวิทยุชุมชนทั่วประเทศ
ที่ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตกับ กสทช.ไว้ อาทิ มาตรการขึ้นบัญชีดำ (แบล็คลิสต์) การสั่งปรับ การระงับใบอนุญาต
หรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ในปีถัดไป เป็นต้น

“ปัจจุบันกสทช.มีการมอนิเตอร์การโฆษณาและออกอากาศในทุกรูปแบบ เพื่อป้องกันปัญหาการหลอกลวงผู้บริโภค
อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าเราสามารถดูแลได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะระบบทีวีดาวเทียม แต่ในส่วนของเคเบิลทีวีท้องถิ่น
และวิทยุชุมชน ที่มีอยู่ถึง  ๙,๐๐๐ สถานีทั่วประเทศนั้น การตรวจสอบติดตามให้ทั่วถึงเป็นเรื่องยาก จึงต้องผนึกกำลัง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยสอดส่องดูแลการโฆษณาที่ผิดปกติด้วย"

.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสทช.ได้ทำหนังสือแจ้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งสื่อทีวีและวิทยุ
ซึ่งยื่นขอรับใบอนุญาตจาก กสทช.กว่า ๘,๐๐๐ ราย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายของอย.อย่างเคร่งครัด พบว่าส่วนใหญ่
ให้ความร่วมมือดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังพบการกระทำผิด ซึ่งเร็วๆนี้จะมีการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ ๑ ราย
ที่ทาง อย.เห็นว่าโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและอาหารอย่างผิดกฎหมาย ถือเป็นความร่วมมือในการทำงาน
ของหน่วยงานภาครัฐเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มแข็ง

ภญ.ศรีนวล กรกชกร รองเลขาธิการอย. กล่าวว่า อย.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ พร้อมปรับปรุงกฎหมาย  ๓ ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
ด้านอาหารและยา ได้แก่ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.๒๕๒๒  พ.ร.บ.ยา พ.ศ.๒๕๑๐ และ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ.๒๕๓๕
ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ อาทิ เพิ่มโทษปรับผู้ประกอบการที่โฆษณาเกินจริงและได้รับอนุญาต
จากอย.จาก ๕,๐๐๐ บาท เป็นไม่เกิน ๑ แสนบาท เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังกำหนดแนวทางจัดการปัญหาโฆษณาฝ่าฝืนกฎหมายอย่างซ้ำซาก เชื่อมโยงในการพักใบอนุญาตผลิต
การเพิกถอนทะเบียนตำรับและเลขสารบบ ส่วนสถานีโทรทัศน์หรือวิทยุคลื่นใด ที่ปล่อยให้มีการโฆษณา
ที่ผิดกฎหมายตามที่อย.ตรวจพบ ก็อาจมีผลกระทบต่อการขอต่อใบอนุญาตกับ กสทช. ด้วย เป็นการสะท้อนว่า
อย.ได้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเข้มงวดเพื่อดูแลผู้บริโภคอย่างจริงจัง

ภญ.ศรีนวล กล่าวว่า อย.ยังอยู่ระหว่างจัดทำฐานข้อมูลโฆษณาที่ขออนุญาต ครอบคลุมทั้ง ยา อาหาร
เครื่องสำอาง เพื่อเป็นการแลกเป็นข้อมูลผู้ประกอบการและการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งตัวอย่างโฆษณา
ที่ผิดกฎหมาย การโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง และบริษัทผู้กระทำผิด ซึ่งจะช่วยให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวังร่วมกัน
และสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาให้กับสังคม สนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์โฆษณาที่ดีต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) กล่าวว่า
การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน จะมุ่งเน้นใน ๓ ประเด็นหลัก ได้แก่ ๑. สร้างความเข้มแข็งและรู้เท่าทันของสังคม
โดยดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวังโฆษณาที่ผิดกฎหมาย  ๒.สร้างการรับรู้และความเข้าใจ
ต่อสื่อมวลชนในพื้นที่ ให้แยกแยะโฆษณาที่ถูกและผิดกฎหมาย ๓. ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา
ร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้

กพย.ได้จัดทำโครงการนำร่องจังหวัดต้นแบบให้ประชาชนรู้เท่าทันโฆษณาใน4จังหวัด ได้แก่ พะเยา สงขลา
ขอนแก่น สระบุรี และในปี ๒๕๕๖ ได้ขยายอีก ๑๐ จังหวัด เป็น๑๔ จังหวัดทั่วประเทศ โดยแนวทางการจัดการ
จะแตกต่างกัน ตามลักษณะของปัญหาและมีการใช้กลยุทธ์หลากหลาย อาทิ จังหวัดสระบุรี ขับเคลื่อนโดย
ประสานความร่วมมือกับกสทช. , จังหวัดขอนแก่น ได้รวมกลุ่มเหยื่อจากการโฆษณา เดินสายถ่ายทอด
ประสบการณ์กับผู้บริโภค , จังหวัดพะเยา ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มุ่งเน้นแก้ปัญหาโฆษณายา
เป็นหลัก และจังหวัดสงขลา เน้นแก้ปัญหาการขายตรง และรวมกลุ่มเครือข่ายผู้บริโภค โดยกพย.จะถอดบทเรียน
นำเสนอเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติต่อไป

สำหรับการดำเนินการในอนาคตนั้น อาจมีการพิจารณาสร้างแรงจูงใจด้านอื่นๆให้แก่ผู้บริโภคที่เป็นหูเป็นตา
เช่น มีผลตอบแทนในรูปรางวัลนำจับ หรือการให้สวัสดิการเพิ่มเติม

ด้าน .ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม รองผู้บังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค
กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการที่กระทำความผิด มีช่องทางหลอกลวงผู้บริโภคเพิ่มขึ้น แต่การปราบปรามของ
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้มงวดเช่นเดียวกัน โดยสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ายังสามารถควบคุมได้ ภายใต้การบูรณาการ
การทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน และพี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมืออย่างดี

ทั้งนี้ บก.ปคบ. กำหนดมาตรการสำคัญในการตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการโฆษณา ๒ ด้าน คือ
๑. มาตรการป้องกัน มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งแผ่นพับ เวปไซต์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ประชาชนและผู้บริโภคตระหนักถึงพิษภัยของอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ที่เป็นอันตราย เป็นการปิดช่องทางของผู้จงใจกระทำความผิดให้น้อยลง และยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)
ร่วมกับสื่อที่มีคุณภาพให้เป็นหูเป็นตาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ๒. มาตรการปราบปราม ถือเป็นมาตรการในเชิงรุก
โดยมีศูนย์ปฏิบัติการบก.ปคบ. มอนิเตอร์รายการหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งทาง
เคเบิลทีวี ฟรีทีวี อินเตอร์เน็ต และวิทยุ รวมทั้งการออกหาข่าวในพื้นที่ และจับกุมผู้กระทำความผิดในทุกรูปแบบ
พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้บริโภคร้องเรียนได้ที่สายด่วน ๑๑๓๕ และตู้ ปณ ๔๕๙ รวมถึงประสานข้อมูลจากหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เช่น อย. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นต้น ซึ่งทำให้กลไกการดูแลผู้บริโภคเข้มแข็ง

                                                                                                 มงกุฎ โคตรุฉิน กรรมการ สค.สช. รายงาน

ข่าวประจำวัน