บทความพิเศษ “การเมืองของประชาชน”

111402

(ตอนที่ 1)
“พรรคการเมืองเของประชาชน”
วันนี้มีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว
95 พรรค รวมพรรคใหม่และพรรคเก่าทั้งหมดแล้ว
นโยบายของ แต่ละพรรคก็เขียนไปตามที่กฎหมายกำหนด
ให้เขียนว่าอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น 
เมื่อนำมาใช้หาเสียง
ก็จะบอกว่าเป็นพรรคการเมืองของประชาชน เพื่อประชาชน
โดยประชาชน นโยบายต่างๆ มาจากความต้องการของประชาชน

แต่ความจริงพรรคการเมืองในประเทศไทยเป็นพรรคที่มีเจ้าของ
เกือนทั้งนั้น ( มีนายทุนพรรคหนุนหลังอยู่) 
ที่อ้างว่ามีประชาชน
ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง และเป็นเจ้าของพรรคการเมืองนั้น
แท้จริงส่วนใหญ่เป็นแต่ในนาม 
อุดมการณ์พรรคการเมือง
( โปรดอย่าถามหา) ถ้าเป็นอุดมการณ์เพื่อบ้าน เพื่อเมือง
เพื่อประเทศชาติและประชาชน ที่ประกาศออกไป เป็นเพียง
“วาทกรรม” หาใช่ความเป็นจริงไม่  
พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์
ก่อตั้งโดยประชาชนเป็นกลุ่มคนธรรมดาสามัญ ทุกวันนี้
เป็นได้ก็เพียงพรรคการเมืองไม้ประดับ เพราะไม่มีทุน
ในการดำเนินการ


ผมเชื่อว่าอีกไม่นานนัก จะมีพรรคการเมืองของประชาชน
อย่างแท้จริงเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ แต่ไม่ใช่การเลือกตั้ง
ครั้งที่จะถึงนี้ 
โปรดอดใจรอ
………….16 ธ.ค.61…………..

 

111402

(ตอนที่ 2 ) “พรรคร่วมรัฐบาล”
การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้จะมีพรรคการเมืองส่งผู้สมัครลงชิงชัยในสนามเลือกตั้งนับ 100 พรรค เขาต้องการอะไร?
แน่นอนว่าส่วนมากต้องการเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะได้;ส.ส. มากน้อยเพียงไร ถ้าได้เข้าร่วมรัฐบาล ก็หมายถึงว่าจะมีกระทรวงให้บริหารจัดการอย่างแน่นอน เรียกว่าได้บริหารงบประมาณของแผ่นดิน (ถือเงิน) ไม่มากก็น้อย (พอที่จะถอนทุนได้บ้าง)
เมื่อได้เข้าไปบริหารจัดการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ก็ต้องรีบกอบโกยหาทุนสำรองไว้เพื่อสู้ศึกในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
การเมืองไทยโดยพรรคการเมือง ก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว จนกลายเป็นประเพณี ที่ไม่มีความรู้สึกว่านั่นคือการทุจริตคอรัปชั่น (โกงกินบ้านเมือง)
ตราบใดที่พรรคการเมืองยังไม่เป็นพรรคการเมืองของประชาชน ก็จะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป เพราะการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองก็เพื่อตอบวัตถุประสงค์ของผู้ลงทุน (เจ้าของพรรค) นั่นคือถอนทุน ซึ่งคงไม่พอสำหรับคนที่ลงทุนเมื่อถอนทุนก็ต้องได้กำไรด้วย เพราะการเมืองที่ทำนี้เป็นธุรกิจการเมือง
ธุรกิจการเมือง ทำได้ ทำเป็น จะมีกำไรมหาศาล ไม่ใช่ได้แต่กำไรกลับคืนมาอย่างคุ้มค่าแล้ว แต่ยังได้อำนาจ ได้บารมี อีกมากมาย จึงมีผู้สนใจลงทุนทำธุรกิจการเมืองกันมาก
ประเทศไทยและประชาชนคนไทยจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้เลย ตราบใดที่ยังมีพรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง เหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะนั่นไม่ใช่พรรคการเมืองของประชาชน…
……….17 ธ.ค.61……….

 

111402

( ตอนที่ 3) “อดีตที่ไม่เคยจดจำ”
คนไทยมีวัฒนธรรมความเป็นอยู่และอุปนิสัยที่น่ารักมากๆ คือการให้ อภัย ไมชอบ่ใส่ใจในเรื่องที่ผ่านมามากนัก ชีวิตมีความสุข สนุก แม้เงินในกระเป๋าจะไม่มีก็ตาม
การให้อภัยเป็นการให้ที่มีคุณค่ามาก แต่การให้อภัย พรรคการเมือง นักการเมือง ข้าราชการ ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง ก็ไม่สมควรให้อภัยกันได้ง่าย ๆ เพราะการทุจริตฉ้อฉลโกงกินบ้านเมืองนั้น ได้นำความทุกข์ยากลำบากมาให้กับคนในชาติโดยรสม จึงไม่ควรให้อภัย
แต่อดีตเหล่านี้ ที่คนไทยให้ความใส่ใจสนใจน้อยมาก และมักจะลืมเลือนเรื่องราวเหล่านี้ไปในชั่วระยะเวลาอันใกล้ ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้มันต้องจดจำ เพื่อใช้เป็นบทเรียนและช่วยขจัดออกไปให้สิ้นซาก
ถ้าไม่มี ทุจริตคอรัปชั่น ในวงราชการ งบประมาณที่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานจากประชาชน ที่ช่วยกันทำงานเสียภาษีให้รัฐบาล ก็จะกลับมาพัฒนาประเทศชาติและประชาชน อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ดังนั้น การเมืองของประชาชน ในตอนนี้ขอสรุปว่า คนไทยควรจะจดจำ พฤติกรรมการฉ้อราษฎร์บังหลวงของบรรดานักการเมืองพรรคการเมืองไว้ทั้งหมด แล้วให้บทเรียน โดยการ ไม่เลือกเขาเหล่านั้นกลับเข้าไปอีก
…………….18 ธ.ค.61……………..