ไปทางไหนกันดี…พวกเรา

test2
เร็วๆ นี้ พ.ร.บ. กสทช. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมจะเข้าสู่ สนช. เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไรที่จะไม่ผ่าน สาระสำคัญส่งผลถึงกสทช.ชุดปัจจุบันและชุดที่จะมาใหม่เพราะ พ.ร.บ.ใหม่นี้ ไปลดอำนาจ “กสทช.” และยังให้ไปอยู่ภายใต้รัฐบาล แถมปรับลดจาก 11 คน เหลือ 7 คน ให้ สตง.คุมเข้มการใช้เงิน การตั้งงบประมาณให้คำนึงถึงความคุ้มค่า ประหยัดและมีประสิทธิภาพ โครงการใดตั้งงบไว้ไม่เริ่มทำภายใน 9 เดือน ให้ยกเลิก และต้องดำเนินการปรับปรุงตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แจ้งถึงการใช้จ่ายเงินที่ไม่เกิดประสิทธิภาพหรือฟุ่มเฟือยเกินสมควร ขณะที่บทเฉพาะกาลของร่างให้ กสทช.ชุดเดิมอยู่จนครบวาระ (ก.ย. 2560) เว้นแต่จะมีกรรมการเหลือไม่ถึง 4 คนให้ถือว่าทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งตามวาระทันที
ประกอบกับในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีการลงประชามติใน 7 ส.ค. 59 นี้ก็เป็นปัญหาต้องทำให้ขบคิดกันพอสมควร เมื่อข้อความที่ปรากฏในร่างเป็นอย่างนี้
มาตรา ๕๖ รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในวงโคจรของ ดาวเทียมอันเป็นทรัพยากรของชาติ ให้เป็นประโยชน์ของชาติและประชาชน
การจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่หรือสิทธิในวงโคจรตาม วรรคหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ รวมตลอดทั้งการให้ประชาชนมีส่วนได้ใช้ประโยชน์ด้วยตามที่กฎหมายบัญญัติ
ตีความง่าย ๆ ก็คือคลื่นความถี่กลับไปอยู่ในมือของรัฐ (รัฐบาลแน่ ๆ ) โดยที่กระทรวง ICT ที่กำลังแปลงร่างเป็นกระทรวงดิจิตอล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการสื่อสารของประเทศไทย นโยบายด้านวิทยุกระจายเสียง คงจะส่งสัญญาณออกมาจากทางนี้เป็นสำคัญ

e_fmotvwz13578

โอกาสที่วิทยุภาคประชาชนจะถูกจัดระเบียบใหม่ มีความเป็นไปได้สูงมากโดยเฉพาะจำนวนที่มีอยู่นั้นมากเกินไปหรือไม่เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบ คือทำอย่างไรให้เหลือน้อยลง ซึ่งก็ไม่ยากเพียงจัดคลื่นความถี่ที่จะให้ประมูลใหม่ (ไม่ใช่คลื่นที่ออกอากาศอยู่ในขณะนี้ทั้งหมด) อาจเหลือเพียงครึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่านั้น แล้วประกาศให้เอกชนที่มีฐานะมั่นคง (ตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการฯ พ.ศ.2551) เข้าประมูล โอกาสที่ภาคประชาชนจะหลุดรอดเข้าไปคงมีไม่มากนัก
การต่อรองให้เกิดความเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดแบบไม่กระทบกระเทือนคนที่ได้ใบทดลองออกอากาศในขณะนี้ คงมีแต่พลังที่เข้มแข็งในภาคประชาชนเท่านั้นที่จะสู้ได้ แต่ความหวังนี้ก็เบาบางเหลือเกิน เพราะกลุ่มผู้ประกอบการวิทยุภาคประชาชนวันนี้จริง ๆ แล้วยังรวมกันไม่ติด มีแต่ตัวเลข เมื่อมารวมตัวกันก็มีแต่การเรียกร้องผลประโยชน์ เฮไป เฮมา ที่ไหนมีรายได้ มีสปอนเซอร์ กินฟรี นอนฟรี เที่ยวฟรี ก็แห่กันไป มีไม่กี่คนที่มองไปที่อนาคต เสียสละเพื่อส่วนร่วม ประเภทนี้ถึงวันนี้ก็อ่อนแรงไปมากแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งที่มีมากที่สุดก็คือ พวก “เสือเงียบ” ซุ่มดูเหตุการณ์ ไม่ออกมาให้ไม่เปลืองตัว ออกอากาศขายยา ขายสินค้าคุณภาพต่ำเมามอมประชาชนจนร่ำรวยไปแล้ว ใครจะสู้ก็สู้ไป ชนะก็ชนะด้วย แพ้ก็ไม่เสียอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไร จึงอยากจะเรียกร้องให้คนทำวิทยุในภาคประชาชนที่รักในงานสื่อสารมวลชนแขนงนี้จริง ๆ ออกมาจับมือกันไว้ แล้วไปด้วยกัน ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ต้องไปด้วยกัน
บทบาทของสภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนแห่งชาติ (สค.สช.) วันนี้กำลังปรับแนวทางใหม่ เพราะพลังที่ขาดการสนับสนุนอย่างจริงใจจากคนในวงการเดียวกันนั้น ย่อมเบาบางไปบ้างเป็นธรรมดา แต่ สค.สช. ก็ไม่หยุดที่จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เดิมที่วางไว้ ไม่ได้ด้วยวิธีหนึ่ง ก็ต้องอีกวิธีหนึ่ง วันนี้พักเอาแรงก่อนที่จะก้าวไปข้างหน้า รอคอยการสะสมพลังให้พร้อมและปรับกระบวนการให้แหลมคมกว่านี้ บทเรียนที่ผ่านมานั้นเป็นครูไม่ใช่ทำให้ท้อแท้และถดถอย….เลย

กนกศักดิ์  ลิขิตไพรวัลย์
นายก สค.สช.